ค่า macd

Apr 04

ค่า macd

สัญญาณซื้อ สามารถเกิดขึ้นได้โดยการที่เส้น MACD ตัดเหนือ เส้นสัญญาณ และ สัญญาณขาย เกิดขึ้นเมื่อเส้น MACD ตัดต่ำกว่า เส้นสัญญาณ หลายครั้งที่นักลงทุนจะเจอเส้นการ�

2. Bullish Divegence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับการลดลงของดัชนีราคา เป็นการบอกว่าการลดลงของราคาหุ้นใกล้สิ้นสุด


ค่า macd

นอกจากนี้ zero line ยังสามารถที่จะใช้เป็นแนวรับหรือแนวต้านได้ เพราะการที่เส้น ema 10 วัน ไม่ตกทะลุเส้น zero line ลงมา แถมยังมีการดีดตัวขึ้นได้ ก็เท่ากับว่าสัญญาณขายไม่เกิดขึ้น แถมยังมีแรงซื้อเข้ามาช้อน หรือหนุนอีก บางคนจึงใช้เป็นจุดเข้ามาช้อนหุ้นอีกครั้ง แต่ถ้าทะลุลงไป นั่นหมายถึงตอนนั้น zero line จะกลายเป็นแนวต้านแล้ว



วิดีโอ ค่า macd

สอนเล่นหุ้น มือใหม่ (ตอนที่ 12 : MACD , RSI , EMA การวิเคราะห์เชิงเทคนิค)

อ่านเกี่ยวกับ ค่า macd

วิธีใช้ MACD ในการหาจังหวะเข้าซื้อหรือขายหุ้น

การเริ่มต้นที่จะศึกษาทิศทางระยะสั้นของหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในตอนเริ่มต้นนั้นค่อนข้างยากพอสมควรและมันจะยากที่สุดถ้าคุณไม่รู้จักเครื่องมีที่สามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ได้ ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงหนึ่งใน Indicator ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่ Technical analysis นั้นก็คือ Moving Average Convergence Divergence หรือ (MACD) ชื่ออาจจะอ่านยากและดูวุ่นวายไปนิดสำหรับมือใหม่แต่ไม่ต้องตกใจครับ วิธีการใช้งาน MACD นั้นค่อนข้างง่ายกว่าที่คิด พร้อมทั้งอาจนำมาซึ่งพลังในการวิเคราะห์ที่คุณคิดไม่ถึงก็เป็นได้…

ย้อนรอย MACD

สิ่งที่ทำให้ MACD นั้นเป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะว่า MACD นั้นสามารถช่วยในการหาการเติบโตของทิศทางหรือเทรนด์ระยะสั้นได้ แต่ก่อนที่เราจะกระโดดเข้าไปสู่วิธีการใช้ MACD นั้นผมอยากให้ทุกคนมาทำความเข้าใจในเรื่องของ

ยกตัวอย่างจากกราฟด้านล่างนักลงทุนจะจับตามอง เส้นราคาเฉลี่ย ระยะสั้น EMA12 (สีน้ำเงิน) ตัดเหนือ เส้นราคาเฉลี่ยระยะยาว EMA26 (สีแดง) เป็นสัญญาณของแนวโน้มที่จะเป็นขาขึ้น การตัดกันในลักษณะนี้หมายถึงราคาในช่วงที่ผ่านๆ มานั้นได้มีอัตราการขึ้นเร็วกว่าในอดีต ดังนั้นผู้ที่จับสัญญาณได้และมั่นใจก็จะเริ่มต้นเข้าไปซื้อหุ้นที่จุดนี้ ส่วนอีกแบบนึงก็คือการที่ เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ตัดต่ำกว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว นั้นก็หมายความว่าเป็นการที่อัตราการลดลงของราคานั้นลดลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรจะพิจารณาว่าจะขาย หรือ จะถือหุ้นตัวนั้นต่อไปดีหรือไม่

ดัชนีชี้วัด MACD

หากสังเกตุจากกราฟด้านบนจะเห็นได้ว่าเส้นทั้งสองเส้นที่เป็นเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวและเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นนั้นค่อยๆ แยกออกจากกันเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้น MACD จึงถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างจากค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น โดยการนำเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเป็นตัวตั้งและลบด้วยเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว ก็จะได้เป็นเส้น MACD โดย ระยะเวลาของเส้นค่าเฉลี่ยของแต่ละเส้นนี้ก็สามารถปรับได้แล้วแต่กลยุทธ์ของแต่ละคน โดยส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนทั่วไปจะใช้ค่า EMA12 และ EMA26 เป็นหลัก

หากค่า MACD ที่ได้ออกมาเป็น บวก นั้นหมายความว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น สูงกว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว โดยอาจเป็นสัญญาณของหุ้นขาขึ้นด้วย ซึ่งนักลงทุนอาจจะพิจารณาว่าตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่จุดที่ทำกำไรควรจะรอสัญญาณที่ชัดเจนก่อนเพื่อกำไรที่มากขึ้น หรือ ในทางกลับกัน ค่า MACD ที่ติดลบนั้นหมายถึงแนวโน้มขาลงนั้นแข็งแรงขึ้น อาจไม่เหมาะสมกับการที่จะเข้าไปซื้อ

เส้นสัญญาณ (Signal Line)

หากเราแค่จะเทียบความแตกต่างของ ค่าเฉลี่ยราคาหุ้น ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ค่า MACD แต่การที่ MACD พิเศษกว่าดัชนีอื่นนั้นก็เพราะว่ามีเจ้า Signal Line หรือ เส้นสัญญาณโดยเกิดขึ้นจากการนำค่า MACD ย้อนหลัง 9 วันมาเฉลี่ย แล้ววางลงเป็นกราฟเดียวกันกับ MACD

รูปด้านล่างเส้นหนาจะเป็นเส้น MACD และ เส้นรอยประคือเส้นสัญญาณ (Signal Line) หรือ EMA9 ของ MACD

สัญญาณซื้อ สามารถเกิดขึ้นได้โดยการที่เส้น MACD ตัดเหนือ เส้นสัญญาณ และ สัญญาณขาย เกิดขึ้นเมื่อเส้น MACD ตัดต่ำกว่า เส้นสัญญาณ หลายครั้งที่นักลงทุนจะเจอเส้นการ�

Source: http://www.sornhoon.com/d-macd.aspx


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่า macd

ค่า macd

สอนเล่นหุ้น มือใหม่ (ตอนที่ 12 : MACD , RSI , EMA การวิเคราะห์เชิงเทคนิค)

วิดีโอ ค่า macd



รูปด้านล่างเส้นหนาจะเป็นเส้น MACD และ เส้นรอยประคือเส้นสัญญาณ (Signal Line) หรือ EMA9 ของ MACD

1. Bearish divergence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวลงสวนทางกับการสูงขึ้นของดัชนีราคา เป็นการเตือนว่าราคาหุ้นอาจมีการปรับตัวลง

ตัวอย่างที่ 6.7 แสดงให้เห็นจุดที่จะเข้าทำการซื้อ (buy) และ ขาย (sell) โดยอาศัยทั้งเส้นศูนย์ และ dotted line เป็นตัวให้สัญญาณ ซึ่งจะเห็นได้ว่า แต่ละครั้งไม่เลวเลยทีเดียว! แต่สิ่งที่จะได้เพิ่มเติมจากรูปข้างล่างนี้คือ เรื่องของ Divergence กล่าวคือ ในช่วงเดือนมีนาคม ราคาหุ้นได้สร้างยอดใหม่ที่สูงกว่ายอดเดิม ที่เคยปรากฏในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ MACD กลับไม่สามารถสร้างยอดใหม่ได้ แถมดันเกิด reversal pattern ที่เรียกว่า double tops ขึ้นมา จึงเป็นการเตือนผู้เล่นให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะอาจจะมีการปรับตัวลงได้ในช่วงเวลาถัดมา ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ราคาหุ้นก็ได้มีการปรับตัวลงมาจริง



MACD ( Moving Average Convergence / Divergence ) คือเส้นของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของราคา 2 เส้น

สร้างขึ้นโดยใช้ความต่างระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้น โดยที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เส้นหนึ่ง ใช้ระยะเวลาในการคำนวณยาวกว่าเส้นค่าเฉลี่ยฯ อีกเส้นหนึ่ง และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้นนี้ นิยมใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ EXPONENTIAL ส่วนจำนวนวันที่นำมาหาค่าเฉลี่ย ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ 12 วัน และ 25 (หรือ 26 วัน) มีข้อสังเกตว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวนี้ จะมีระยะเวลายาวนาน กว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นประมาณ 1 เท่า Signal Line หรือ MACD Signal คือ เส้น EMA 9 วัน ซึ่งจะถูกวางไว้ใช้คู่กันกับเส้น MACD เพื่อหาสัญญานเข้าซื้อขาย

สูตรคำนวณ MACD MACD Line = EMA(12) – EMA(26) Signal Line = EMA(9)

สามารถใช้ MACD ที่ระดับ 0 เป็นตัวบ่งบอก trend ได้เช่นกัน ถ้า MACD > 0 คือเป็นขาขึ้น, MACD < 0 เป็นขาลง จากสูตรคำนวณแสดงให้เห็นว่า ถ้า EMA12 ตัด EMA26 นั่นหมายถึง MACD จะเท่ากับ 0 พอดี แต่ถ้า EMA12 < EMA26 นั่นคือ MACD จะอยู่ต่ำกว่า 0 และถ้า EMA12 > EMA26 MACD จะอยู่เหนือเส้น 0

หลักการวิเคราะห์

1.   ถ้า MACD > 0 หมายถึงเป็นแนวโน้มขาขึ้น 2.   ถ้า MACD < 0 หมายถึงเป็นแนวโน้มขาลง 3.   ถ้า MACD > 0 และตัด Signal ลงมา หมายถึงราคาอาจพักฐานชั่วคราว 4.   ถ้า MACD < 0 และตัด Signal ขึ้นไป หมายถึงราคาอาจจะขึ้น ชั่วคราว 5.   ถ้า MACD ตัด 0 ขึ้นไป เป็นสัญญาณซื้อ 6.   ถ้า MACD ตัด 0 ลงมา เป็นสัญญาณขาย

การใช้เครื่องมือ MACD เพียงอย่างเดียว มักจะทำให้ผู้ลงทุนไม่ได้กำไรสูงสุด ดังนั้น จึงควรนำหลักการของ DIVERGENCE มาประกอบการตัดสินใจ

การขัดแย้งกันของ MACD กับดัชนีราคา หรือเรียกว่า DIVERGENCE

DIVERENCE คือ การขัดแย้งกันของ MACD กับราคาหุ้นมี 2 ลักษณะคือ

1. Bearish divergence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวลงสวนทางกับการสูงขึ้นของดัชนีราคา เป็นการเตือนว่าราคาหุ้นอาจมีการปรับตัวลง

2. Bullish Divegence จะเกิดขึ้นเมื่อ MACD มีการปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับการลดลงของดัชนีราคา เป็นการบอกว่าการลดลงของราคาหุ้นใกล้สิ้นสุด

Source: http://www.setmonitor.com/@ittikorns/79507E