ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ

Apr 11

ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ

ปัญหาเชิงโลจิสติกส์ ผู้ที่จะเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ คงไม่ใช่เข้าใจโลจิสติกส์แบบแค่การขนส่งหรือการจัดเก็บ แต่จะต้องเข้าใจโลจิสติกส์อย่างที่เป็นและที่สำคัญต้องเข้าใจปัญหาโลจิสติกส์ ผมขอเล่าถึงคุณสมบัติของโลจิสติกส์ 6 อย่างที่ Davidson and Kowalczyk ได้กล่าวถึงไว้มาอธิบายในมุมมองของผม ขนาดของปัญหา (Size of Problems) ปัญหาเชิงโลจิสติกส์จะเป็นปัญหาขนาดใหญ่ โดยธรรมชาติแล้วปัญหาต่างๆ ในอดีตจะถูกตัดทอนให้เล็กลงเพื่อง่ายต่อการแก้ปัญหา แต่ในอดีตปัญหาต่างๆ ยังไม่ซับซ้อนเหมือนปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของปัญหาขนาดเล็กที่ถูกตัดทอนลงมาจึงไม่มีผลกระทบมากนัก สำหรับปัจจุบันความซับซ้อนของปัญหามีมากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของลูกค้า จึงยากต่อการตัดทอนขนาดของปัญหาพื่อให้ง่ายต่อการแก้ปัญหา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีตัวแปรมากและทางเลือกที่เป็นไปได้มากจึงยากต่อการประเมินด้วย ยิ่งปัจจุบันเราจะต้องมองภาพใหญ่เพื่อแก้ปัญหาเล็กๆ ที่อยู่ในภาพใหญ่นั้นๆ ความพร้อมของข้อมูลแบบเวลาจริง (Real Time Data) ในธุรกิจจริงการปฏิบัติการต่างๆ ตามปกติต้องมีความสามารถการเก็บข้อมูลเชิงการปฏิบัติการ (Operational Data) ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เป็นองค์ประกอบสำหรับการตัดสินใจเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด ยิ่งข้อมูลเหล่านั้นเกิดขึ้นและคุณได้รับรู้แบบทันทีทันใดเพื่อจะได้ตัดสินอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาในปัจจุบันกลับไม่เกี่ยวกับข้อมูลเวลาจริง แต่กลับเป็นการนำเอาข้อมูลไปตัดสินใจอย่างรวดเร็วต่างหาก จึงมีการลงทุนมากมายใน IT เพื่อให้ได้ข้อมูลแบบเวลาจริง ในทางตรงกันข้ามหลายบริษัทกลับไม่กล้าที่จะลงทุนใน IT ที่ช่วยในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ทุกคนรู้จักความไม่แน่นอน ได้พบและได้เผชิญหน้ากับมัน แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับมันดี? เพราะเราไม่เข้าใจความไม่แน่นอนเป็นประการแรก และประการที่สอง คือ เราไม่เข้าใจปัญหาหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังปฏิบัติอยู่ ความไม่แน่นอนนั้นฝังรากลึกอยู่ในภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ การตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนและข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นวันต่อวันก็เกิดขึ้นมาจากความไม่แน่นอนทั้งภายในและภายนอก ความไม่แน่นอนภายในก็ คือ การเสียของเครื่องจักร คน ความมีพร้อมของทรัพยากร ส่วนความไม่แน่นอนภายนอกก็ คือ ภาวะเศรษฐกิจ ภูมิอากาศ ฯลฯ เมื่อเราเข้าใจกับความไม่แน่นอนแล้ว เราจะจัดการกับมันอย่างไร มีผู้ตัดสินใจหลายคน (Numerous Decision Makers) ตามปก�

          ในส่วนของวัตถุดิบในการผลิตหรือ แม่ปุ๋ย ซึ่งในตัวของแม่ปุ๋ยเองนั้นไม่ได้มีพิษอะไร แต่กระบวนการผลิต (Process) ในหลายขั้นตอนที่อาจจะทำให้เกิดฝุ่นขึ้น ที่ทำให้มันมีความไม่ปลอดภัย ยิ่งถ้าได้เข้ามาเห็นโรงงานแล้วมีแต่ฝุ่น มีความไม่สะอาด ก็จะยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับชุมชน จึงเป็นแนวคิดต่อมาว่าจะต้องทำอย่างไรให้โรงงานของเราเป็นระบบปิดให้ได้ ซึ่งโดยทั่วไปวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยส่วนมากจะมาในลักษณะเทกอง แล้วก็ตักจากนั้นเข้าไปผลิต เราจึงเปลี่ยนรูปแบบการผลิตใหม่คือไม่ใช้การวางวัตถุดิบแบบเทกอง แต่ใช้วัตถุดิบใส่จัมโบ้เข้ามาแทนโดยไม่มีการเทกองในโรงงาน สิ่งแรกที่ได้เลยทันทีคือลดฝุ่นลงได้มากในโรงงาน 


ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ

ลิงค์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง http://thaiwmz.blogspot.com รับซื้อขายเหรียญ WebMoney (WMZ) เรทราคาดีที่สุด



วิดีโอ ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ

Business Model : MC ธุรกิจค้าปลีกแฟชั่น ,KAMART เครื่องสำอางในตลาดแมส #11/1/60

อ่านเกี่ยวกับ ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ

แม้ว่าการตื่นตัวของโลจิสติกส์และโซ่อุปทานในระยะนี้จะขยายออกเป็นวงกว้าง ทุกวงการธุรกิจให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้ผมยังต้องตอบคำถามและอธิบายความหมายของโลจิสติกส์ในมุมมองที่แตกต่างกันในแต่มุมมองของต่างธุรกิจ เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งและกว้างขึ้น แต่พอมาถึงความหมายของโซ่อุปทานก็ยิ่งเป็นปัญหาอีกยิ่งขึ้น เพราะความหมายของโซ่อุปทานเองยังต้องอธิบายต่ออีกมาก และยิ่งต้องอธิบายความสัมพันธ์ของทั้งโลจิสติกส์และโซ่อุปทานแล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่

บางคนก็เลยตัดปัญหาว่าเอาแค่ความหมายของโลจิสติกส์แต่เพียงอย่างเดียวก่อน ส่วนโซ่อุปทานเอาไว้ทีหลัง อย่างนี้ก็เสร็จเลยครับ! คนที่แนะนำอย่างนี้ก็พากันลงคูลงคลองกันไปใหญ่เลย เพราะคนนี้เขาไม่รู้ไม่เข้าใจโลจิสติกส์และโซ่อุปทานเอาเสียเลย ผมสังเกตดูว่าคนที่เข้าใจโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ได้ดีนั้นไม่ใช่ว่าต้องมีประสบการณ์ในธุรกิจมานานเสมอไป แต่ควรจะเป็นผู้ที่เข้าใจองค์รวมของธุรกิจได้ดีมากกว่า เพราะว่าเขาเหล่านั้นใจกว้างและเปิดรับสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

ความเข้าใจในโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ตามความเข้าใจพื้นฐานที่ตีความจากคำนิยามทั่วไปของโลจิสติกส์ คือ กระบวนการที่จัดการการไหลและการจัดเก็บของวัตถุดิบและสารสนเทศทั่วทั้งองค์กร ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะนำเสนอการบริการลูกค้าในเวลาที่สั้นที่สุดด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ทุกคนที่ทำธุรกิจย่อมที่จะทำกิจกรรมโลจิสติกส์และโซ่อุปทานไปโดยไม่รู้ตัว นั่นเป็นประเด็นที่สำคัญมาก ยิ่งไม่มีความเข้าใจเท่าไร ก็ยิ่งแก้ปัญหาและพัฒนาได้ยากมากขึ้นเท่านั้น หลายๆ คน พอมีความเข้าใจในโลจิสติกส์ในเบื้องแรกแล้ว ก็นึกอยากจะกระโดดเข้ามาในธุรกิจโลจิสติกส์บ้าง เพราะเห็นว่ามันกำลังดัง ผมคิดว่าหลายท่านเข้าใจผิดในความหมายของโลจิสติกส์ เพราะถ้าคิดว่าโลจิสติกส์ คือ การขนส่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ก็ คือ การขนส่ง ท่านก็คงจะใช้แรงงงานต่อไป แต่ท่านคิดว่าโลจิสติกส์เป็นการใช้ความคิดในการจัดการการไหลของทรัพยากรขององค์กรแล้ว โลจิสติกส์จะเป็นอีกกิจกรรมที่ท่านอาจจะนึกไม่ถึง ประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ การคมนาคมระหว่างเมืองต่างๆ เป็นไปด้วยยากลำบากจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ทั้งแรงกายแรงงานในการเคลื่อนย้ายทั้งคนและสินค้า ในขณะเดียวกันต้องใช้ความคิดอ่านในการใช้แรงงานให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพ ส่วนประเทศสิงค์โปร์ที่มีพื้นที่เล็กมากแต่กลับใช้ความคิดอ่านในการจัดการโลจิสติกส์ภายใต้ทรัพยากรเชิงโลจิสติกส์ที่จำกัดได้เป็นอย่างดี และยังนำเอาความคิดเหล่านั้นส่งออกไปเป็นสินค้าสำหรับการจัดการได้อีกด้วย

ปัญหาเชิงโลจิสติกส์ ผู้ที่จะเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ คงไม่ใช่เข้าใจโลจิสติกส์แบบแค่การขนส่งหรือการจัดเก็บ แต่จะต้องเข้าใจโลจิสติกส์อย่างที่เป็นและที่สำคัญต้องเข้าใจปัญหาโลจิสติกส์ ผมขอเล่าถึงคุณสมบัติของโลจิสติกส์ 6 อย่างที่ Davidson and Kowalczyk ได้กล่าวถึงไว้มาอธิบายในมุมมองของผม ขนาดของปัญหา (Size of Problems) ปัญหาเชิงโลจิสติกส์จะเป็นปัญหาขนาดใหญ่ โดยธรรมชาติแล้วปัญหาต่างๆ ในอดีตจะถูกตัดทอนให้เล็กลงเพื่อง่ายต่อการแก้ปัญหา แต่ในอดีตปัญหาต่างๆ ยังไม่ซับซ้อนเหมือนปัจจุบัน ความสัมพันธ์ของปัญหาขนาดเล็กที่ถูกตัดทอนลงมาจึงไม่มีผลกระทบมากนัก สำหรับปัจจุบันความซับซ้อนของปัญหามีมากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของลูกค้า จึงยากต่อการตัดทอนขนาดของปัญหาพื่อให้ง่ายต่อการแก้ปัญหา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีตัวแปรมากและทางเลือกที่เป็นไปได้มากจึงยากต่อการประเมินด้วย ยิ่งปัจจุบันเราจะต้องมองภาพใหญ่เพื่อแก้ปัญหาเล็กๆ ที่อยู่ในภาพใหญ่นั้นๆ ความพร้อมของข้อมูลแบบเวลาจริง (Real Time Data) ในธุรกิจจริงการปฏิบัติการต่างๆ ตามปกติต้องมีความสามารถการเก็บข้อมูลเชิงการปฏิบัติการ (Operational Data) ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เป็นองค์ประกอบสำหรับการตัดสินใจเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด ยิ่งข้อมูลเหล่านั้นเกิดขึ้นและคุณได้รับรู้แบบทันทีทันใดเพื่อจะได้ตัดสินอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาในปัจจุบันกลับไม่เกี่ยวกับข้อมูลเวลาจริง แต่กลับเป็นการนำเอาข้อมูลไปตัดสินใจอย่างรวดเร็วต่างหาก จึงมีการลงทุนมากมายใน IT เพื่อให้ได้ข้อมูลแบบเวลาจริง ในทางตรงกันข้ามหลายบริษัทกลับไม่กล้าที่จะลงทุนใน IT ที่ช่วยในการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ทุกคนรู้จักความไม่แน่นอน ได้พบและได้เผชิญหน้ากับมัน แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับมันดี? เพราะเราไม่เข้าใจความไม่แน่นอนเป็นประการแรก และประการที่สอง คือ เราไม่เข้าใจปัญหาหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังปฏิบัติอยู่ ความไม่แน่นอนนั้นฝังรากลึกอยู่ในภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ การตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนและข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นวันต่อวันก็เกิดขึ้นมาจากความไม่แน่นอนทั้งภายในและภายนอก ความไม่แน่นอนภายในก็ คือ การเสียของเครื่องจักร คน ความมีพร้อมของทรัพยากร ส่วนความไม่แน่นอนภายนอกก็ คือ ภาวะเศรษฐกิจ ภูมิอากาศ ฯลฯ เมื่อเราเข้าใจกับความไม่แน่นอนแล้ว เราจะจัดการกับมันอย่างไร มีผู้ตัดสินใจหลายคน (Numerous Decision Makers) ตามปก�

Source: http://www.thailandindustry.com/onlinemag/view2.php?id=1432§ion=30&issues=81


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ

ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ

Business Model : MC ธุรกิจค้าปลีกแฟชั่น ,KAMART เครื่องสำอางในตลาดแมส #11/1/60

วิดีโอ ธุรกิจเทรดดิ้ง คือ



ความเข้าใจในโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ตามความเข้าใจพื้นฐานที่ตีความจากคำนิยามทั่วไปของโลจิสติกส์ คือ กระบวนการที่จัดการการไหลและการจัดเก็บของวัตถุดิบและสารสนเทศทั่วทั้งองค์กร ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะนำเสนอการบริการลูกค้าในเวลาที่สั้นที่สุดด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ทุกคนที่ทำธุรกิจย่อมที่จะทำกิจกรรมโลจิสติกส์และโซ่อุปทานไปโดยไม่รู้ตัว นั่นเป็นประเด็นที่สำคัญมาก ยิ่งไม่มีความเข้าใจเท่าไร ก็ยิ่งแก้ปัญหาและพัฒนาได้ยากมากขึ้นเท่านั้น หลายๆ คน พอมีความเข้าใจในโลจิสติกส์ในเบื้องแรกแล้ว ก็นึกอยากจะกระโดดเข้ามาในธุรกิจโลจิสติกส์บ้าง เพราะเห็นว่ามันกำลังดัง ผมคิดว่าหลายท่านเข้าใจผิดในความหมายของโลจิสติกส์ เพราะถ้าคิดว่าโลจิสติกส์ คือ การขนส่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ก็ คือ การขนส่ง ท่านก็คงจะใช้แรงงงานต่อไป แต่ท่านคิดว่าโลจิสติกส์เป็นการใช้ความคิดในการจัดการการไหลของทรัพยากรขององค์กรแล้ว โลจิสติกส์จะเป็นอีกกิจกรรมที่ท่านอาจจะนึกไม่ถึง ประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ การคมนาคมระหว่างเมืองต่างๆ เป็นไปด้วยยากลำบากจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ทั้งแรงกายแรงงานในการเคลื่อนย้ายทั้งคนและสินค้า ในขณะเดียวกันต้องใช้ความคิดอ่านในการใช้แรงงานให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพ ส่วนประเทศสิงค์โปร์ที่มีพื้นที่เล็กมากแต่กลับใช้ความคิดอ่านในการจัดการโลจิสติกส์ภายใต้ทรัพยากรเชิงโลจิสติกส์ที่จำกัดได้เป็นอย่างดี และยังนำเอาความคิดเหล่านั้นส่งออกไปเป็นสินค้าสำหรับการจัดการได้อีกด้วย

  แปลงปลูกข้าวของเกษตรกรด้านข้างโรงงาน     พื้นที่แปลงทดลองปลูกข้าวด้านข้างโรงงาน  

หรือ รับซื้อขายเหรียญ webmoney และ รับซื้อขายเหรียญ neteller เรทราคาดีที่สุด



รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทยิบอินซอย

ยิบอินซอย ขยายฐานการผลิต ด้วยเงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตปุ๋ยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Industry) บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ณ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระบวนการผลิตแบบ 1 ต่อ 1 โดยผลิตปุ๋ยผสมทีละกระสอบ ควบคุมการผลิตด้วยคอมพิวเตอร์ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อให้ได้ปุ๋ยคุณภาพเยี่ยมตรงตามสูตรทุกถุง

ทำความรู้จัก กลุ่มบริษัทยิบอินซอย

          คุณยุพธัช ยิบอินซอย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทยิบอินซอย กล่าวว่า กลุ่มบริษัทยิบอินซอย ในปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 91 ของการก่อตั้ง เราเป็นผู้นำเข้าปุ๋ยรายแรกเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ประมาณปี พ.ศ.2489 โดยเริ่มต้นบริษัทมาจากธุรกิจเหมืองแร่ และต่อมาได้ทำเทรดดิ้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาในประเทศไทย จากนั้นได้ขยับมาสู่การเป็นสาขาของธนาคารในต่างจังหวัด (เนื่องจากสมัยก่อน ธนาคารยังไม่มีสาขาในต่างจังหวัด จึงมีเอเยนต์ที่ทำหน้าที่แทนสาขาของธนาคารเข้ามาทำหน้าที่แทนในช่วงนั้น) หลังจากนั้น เราเริ่มเข้ามาทำระบบคอมพิวเตอร์ จนในปัจจุบัน เรามีธุรกิจที่หลากหลายมาก แยกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

          กลุ่มคอมพิวเตอร์และไอที เราทำแทบทุกระบบ เรียกได้ว่าเป็น Total Access ครบวงจรเลยก็ว่าได้ในสายไอที

          กลุ่มเทรดดิ้ง กลุ่มนี้จะมีสินค้าอยู่ประมาณ 3 กลุ่ม คือ

          ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นธุรกิจคร่าว ๆ ในปัจจุบันของกลุ่มบริษัทยิบอินซอย คุณยุพธัช กล่าวต่อว่า ผมเองในฐานะเป็นรุ่นที่ 3 ที่เข้ามาดูแลกิจการ เรามีนโยบายหลักก็คือ “นำของที่ดีและมีคุณภาพ มาให้ผู้บริโภคได้ใช้ในราคาที่เหมาะสม” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ และเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจที่บรรพบุรุษเราสร้างมาและยังดำเนินต่อไปในจุดนี้ ซึ่งหน้าที่ของผมคือต้องทำให้ดีต่อไปและคงอยู่จนถึงรุ่นต่อไปให้ได้

ย้อนรอย “ธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตร” ผ่านมุมมองของทายาทรุ่นที่ 3

          ธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรเป็นธุรกิจหลักธุรกิจหนึ่งของ “กลุ่มบริษัทยิบอินซอย” ตอนที่รับช่วงเข้ามาดูแลธุรกิจนี้ จำได้ว่าแนวทางที่คุณปู่และคุณพ่อวางไว้คือ เราจะขายแต่สินค้าที่ดีมีคุณภาพ สินค้าเกรดต่ำ คุณภาพไม่ดี จะไม่นำเข้ามาขาย ในตอนนั้นทั้งคุณปู่และคุณพ่อ ใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรไทยมีความรู้ และเห็นความสำคัญของการบำรุงดินโดยการใช้ปุ๋ย การบำรุงและป้องกันต้นไม้โดยใช้เคมีเกษตร เพราะธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรยังเป็นเรื่องใหม่มาก คนไทยยังไม่รู้ว่าจะต้องบำรุงดิน บำรุงต้นไม้ไปเพื่ออะไร ตอนนั้นคุณปู่ได้นำผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันมาถ่ายทอดองค์ความรู้นี้และฝึกอบรมพนักงานขายของบริษัท เพื่อให้พนักงานขายเหล่านั้นเอาความรู้ไปถ่ายทอดต่อ เน้นว่าจะขายปุ๋ยก็ต้องอธิบายโดยหลักทางวิชาการให้ได้ว่าปุ๋ยที่ขายนั้นดีอย่างไร มีวิธีการใช้ที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างไร ถึงปัจจุบันเกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่นจดจำปุ๋ยของยิบอินซอย ในฐานะปุ๋ยระดับพรีเมียม จึงไม่น่าแปลกใจที่เครื่องหมายการค้า “ตราใบไม้” จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าในประเทศ (ที่เป็นกลุ่มเกษตรระดับพรีเมียม) และภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างดี ต่อเนื่องยาวนาน จนได้รับการยอมรับว่าเราคือผู้นำธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรในตลาดสินค้าพรีเมียม แม้ว่ามูลค่าโดยรวมของธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตรจะไม่สูงมากนัก หากนำมูลค่าธุรกิจนี้มาเปรียบเทียบกับปริมาณการใช้ของทั้งกลุ่ม แต่นั่นเป็นเพราะเราเลือกที่จะทำตลาดในกลุ่มสินค้าพรีเมียมเท่านั้น

“ธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตร” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

          ช่วงที่ผมเริ่มเข้ามารับผิดชอบงานของกลุ่มบริษัทยิบอินซอย ซึ่งนอกเหนือจากธุรกิจปุ๋ยและเคมีเกษตร ก็ยังมีธุรกิจอื่น เช่น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ฯลฯ แนวทางของผมคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจนี้ไปยังกลุ่มตลาดใหม่ สำหรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความยั่งยืน คือเน้นการสร้างทีมงานคุณภาพ วันนี้ขายปุ๋ยแล้วรู้เรื่องปุ๋ยเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องรู้สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ต้องรู้ผลกระทบของการใช้ปุ๋ยมากหรือน้อยเกินไปเป็นอย่างไร จุดแข็งหรือจุดอ่อนที่จะทำให้เกิดการขายหรือไม่ ต้องสร้างความสัมพันธ์กับผู้ซื้อจากทั่วประเทศ แล้วก็ต้องให้ความรู้ทางวิชาการต่อเนื่อง สำหรับการขยายกลุ่มธุรกิจไปยังกลุ่มตลาดใหม่ ก็แน่นอนเราจะเห็นว่า พืชผลทางการเกษตรมีการพัฒนาตลอดเวลา หน่วยงานของรัฐเองก็มีบทบาทและพยายามให้การสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น เราก็มองว่าจากผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มี เราสามารถไปขายกับใครเพิ่มได้อีก ทั้งหมดนี้จึงประมวลออกมาเป็น การจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้ การทำกิจกรรมโรดโชว์ การจัดโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมการขาย และการสร้างความสัมพันธ์เชิงลึกกับผู้ซื้อรายหลักจากทั่วประเทศ

          แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผมมาดูแลเป็นช่วงที่ประเทศเรามีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาโดยตลอด ซึ่งก็มีผลกระทบบ้าง แต่ช่วงที่หนักที่สุดคือน้ำท่วมปี 2554 ซึ่งถือว่าผลกระทบรุนแรง ความเสียหายของพืชผลการเกษตรสูงมาก และภาวะภัยแล้งที่เริ่มขึ้นในปี 2557 เป็นระยะยาว ทำให้กำลังซื้อหายไปทันที แต่ในทางกลับกัน ก็เป็นผลดีที่ผลักให้ราคาพืชผลสูงตามไปด้วย และเป็นจุดที่ทำให้เราเริ่มคิดถึงการปรับตัวต่อไปในอนาคต จึงเกิดโครงการขึ้น ด้วยการเริ่มจากมองหาทำเลใหม่ในการสร้างโรงงานเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลง รองรับการเติบโต และสอดคล้องกับการนำธุรกิจนี้ไปยังกลุ่มตลาดใหม่ เพราะโรงงานเดิมที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูซึ่งผลิตทั้งปุ๋ยและเคมีเกษตรมีพื้นที่จำกัด ไม่เพียงพอต่อการเติบโตทางธุรกิจ ในปี 2556 เราจึงตัดสินใจเริ่มโครงการในการสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยแห่งที่ 2 ที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเปิดดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 8 เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โรงงานแห่งใหม่นี้จะส่งผลให้บริษัทมีกำลังผลิตปุ๋ยสูงถึง 100,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะทำให้มีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 100% จากเดิม โดยจะมีผลิตภัณฑ์ปุ๋ยและเคมีเกษตร “ตราหัวคนป่า” ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ เน้นเกษตรกรกลุ่มพืชไร่ ข้าว ผักผลไม้ ยางและปาล์มเพิ่มขึ้น มีสัดส่วนประมาณ 70%

  บริเวณด้านหน้าโรงงาน     บริเวณสวนหย่อมด้านหน้าโรงงาน  

  บริเวณด้านข้างโรงงาน พื้นที่สำหรับขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ     บริเวณสวนหย่อมด้านหน้าโรงงาน  

โรงงานปุ๋ยภายใต้แนวคิด Green Industry

          การสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยเคมีของเราไม่อยากสร้างเหมือนโรงงานทั่วไป ซึ่งเรามีรูปแบบที่ชัดเจนที่อาจจะไม่มีใครทำแบบนี้  ซึ่ง โรงงานเราต้องเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในชุมชน แล้วไม่ทำให้ชุมชนเดือดร้อน จึงเป็นที่มาว่าต้องเป็นโรงงานที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้ และถ้าเราทำโรงงานให้เป็นรูปแบบนี้ได้ เราเชื่อว่าโรงงานในสายตาของชาวบ้านก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป และเป็นแนวคิดที่เราได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

  แปลงปลูกข้าวของเกษตรกรด้านข้างโรงงาน     พื้นที่แปลงทดลองปลูกข้าวด้านข้างโรงงาน  

          ในส่วนของวัตถุดิบในการผลิตหรือ แม่ปุ๋ย ซึ่งในตัวของแม่ปุ๋ยเองนั้นไม่ได้มีพิษอะไร แต่กระบวนการผลิต (Process) ในหลายขั้นตอนที่อาจจะทำให้เกิดฝุ่นขึ้น ที่ทำให้มันมีความไม่ปลอดภัย ยิ่งถ้าได้เข้ามาเห็นโรงงานแล้วมีแต่ฝุ่น มีความไม่สะอาด ก็จะยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับชุมชน จึงเป็นแนวคิดต่อมาว่าจะต้องทำอย่างไรให้โรงงานของเราเป็นระบบปิดให้ได้ ซึ่งโดยทั่วไปวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยส่วนมากจะมาในลักษณะเทกอง แล้วก็ตักจากนั้นเข้าไปผลิต เราจึงเปลี่ยนรูปแบบการผลิตใหม่คือไม่ใช้การวางวัตถุดิบแบบเทกอง แต่ใช้วัตถุดิบใส่จัมโบ้เข้ามาแทนโดยไม่มีการเทกองในโรงงาน สิ่งแรกที่ได้เลยทันทีคือลดฝุ่นลงได้มากในโรงงาน 

Source: http://www.freightmaxad.com/magazine/?p=1039