forex คือ youtube

Apr 09

Forex คือ youtube

-ช่วงเย็นๆพาไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำในหมู่บ้านครับ

            เพราะความสำคัญทางเศรษฐกิจจากธุรกิจท่องเที่ยวนี่เอง ล่าสุดรัฐบาลก็ประกาศให้เราสามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม 15,000 บาทได้สำหรับเที่ยวในประเทศในเดือนธันวาคม ในตารางของคุณ คุณวางแผนพักผ่อนไปเที่ยวไทย ช่วยเศรษฐกิจไทยกับคนที่คุณรักแล้วหรือยังครับ


forex คือ youtube

หุ้นที่มีดีอยู่เพียงมิติเดียวนั้น  การเข้าไปลงทุนอาจจะเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก  เพราะจังหวะที่ดีอาจจะสั้นมาก  ตัวอย่างเช่น 1)  หุ้นที่มีกำไรโตขึ้นแรงเพราะปัจจัยชั่วคราว  เช่นฟื้นจากการขาดทุนหนักเป็นหุ้น  “Turnaround”  หรือ “หุ้นฟื้นตัว”  ที่อาจจะไม่ได้ฟื้นจริง ๆ   การเข้าไปซื้อหุ้นที่มีราคาแพงและคุณภาพไม่ดีแบบนี้ก็อาจจะทำให้ขาดทุนได้ง่าย  หรือ 2)  หุ้นที่มีราคาถูกแต่คุณภาพแย่และไม่โตนั้น  เราเรียกว่าหุ้น “ตะวันตกดิน”  หรือเป็นหุ้นของบริษัทที่สินค้าหมดความสามารถในการแข่งขันหรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่จะค่อย ๆ  “ตาย”  ถึงแม้ว่าหุ้นจะมีราคาถูก  ก�



วิดีโอ forex คือ youtube

สอน Forex : Forex คืออะไร

อ่านเกี่ยวกับ forex คือ youtube

สำหรับวันนี้ ช่วงเช้าตลาดค่อนข้างนิ่ง เเม้ว่าเหมือนจะมีเเรงขายออกมาบ้าน สวนกับตลาดรอบๆบ้าน เเต่ก็ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่

-ช่วงบ่ายมีเเรงขายชัดเจนมากๆครับ โดยเฉาะกับ พลังงาน + สื่อสาร

-ราคาหลุด 990 ซึ่งปกติลงมาทดสอบโซนนี้จะเด้งตลอด

-เเต่ว่าท้ายตลาด ราคาก็รีบาวน์เเรงครับ  กลับมายืนเหนือ 990 ได้อีกครั้ง

ช่วงเช้าไปทำธุระที่เดอะะมอลล์บางกะปิครับ ภรรยาต้องเอาชุดนักเรียนลูกไปปักชื่อ

-ส่วนผมนั้นก็ไปทำธุระที่ธนาคาร

-จากนั้นทานมื้อเช้า เเละพาลูกไปเล่น

-ช่วงราวๆ 11.45 พากันไปดูหนังเรื่อง Fast 8 กันทั้งครอบครัว พ่อ-เเม่-ลูก  …. ลูกนั้นหลับทันทีที่เริ่มเรื่อง เเล้วไปตืนตอนจบเลย

-ช่วงเย็นๆพาไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำในหมู่บ้านครับ

Source: http://portal.settrade.com/blog/10000Li/2016/12/09/1844


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ forex คือ youtube

Forex คือ youtube

สอน Forex : Forex คืออะไร

วิดีโอ forex คือ youtube



-ช่วงราวๆ 11.45 พากันไปดูหนังเรื่อง Fast 8 กันทั้งครอบครัว พ่อ-เเม่-ลูก  …. ลูกนั้นหลับทันทีที่เริ่มเรื่อง เเล้วไปตืนตอนจบเลย

            นักเดินทางที่ใช้จ่ายมากที่สุดในโลกคงไม่มีใครอื่นนอกจากนักเดินทางจากประเทศจีน ซึ่งใช้จ่ายมากกว่าอันดับสองคือสหรัฐอเมริกาถึงสามเท่าตัว คิดเป็นส่วนแบ่งถึง 23.2% ของโลก นอกจากนั้นก็มีนักเดินทางจากเยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย ที่ถือว่าเป็น Top Spending บนโลกใบนี้ แต่นี่คือการพูดถึงตัวเลขการใช้จ่าย โดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวจีนจ่ายน้อยกว่านักท่องเที่ยวเยอรมันหรืออังกฤษเกือบห้าเท่า ดังนั้นถ้าพูดถึง “จำนวน” แล้ว นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศมีจำนวนถึง 128 ล้านคน เรียกได้ว่า มากกว่าประชากรไทยเกือบสองเท่าตัว และยังเติบโตแบบก้าวกระโดด อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวนั้นกว้างมาก และถ้าสังเกตจะพบว่ามีการ “ปฏิวัติ” หรือ Disruption ธุรกิจท่องเที่ยวเดิมในทุกส่วน แปลว่านี่คือธุรกิจที่แข่งขันกันดุเดือด เช่น ธุรกิจจองท่องเที่ยวออนไลน์อย่าง Priceline ที่มาแทนเอเยนต์ทัวร์ ธุรกิจอย่าง Airbnb มาแทนโรงแรมแบบเดิม ยังไม่นับโรงแรมรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นราวดอกเห็ด ธุรกิจการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวผ่าน e-wallet หรือบัตรต่าง ๆ ธุรกิจการเดินทางผ่าน Uber และ Trip Advisor ก็ Disrupt มัคคุเทศน์แบบดั้งเดิม ธุรกิจสายการบินก็เกิด Low Cost Airline ทุกสิ่งเพื่อมาตอบสนอง “ชนชั้นกลาง” ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหม่ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคต และที่น่าสนใจคือ ใครจะคิดว่าธุรกิจที่ไม่น่าเกี่ยวข้องอย่างขนมขบเคี้ยว เครื่องสำอาง อาหารเสริม ฯลฯ จะได้ประโยชน์มหาศาลจากธุรกิจท่องเที่ยว และตลาดท่องเที่ยวทางอ้อมที่น่าสนใจเช่นธุรกิจการศึกษา หรือการแพทย์

หุ้นที่เหมาะที่จะลงทุนระยะยาวนั้น  จะต้องมีมิติที่ดีอย่างน้อย 2 มิตินั่นก็คือ  1) อาจจะเป็นหุ้นที่มีคุณภาพดีและเติบโตซึ่งเราอาจจะเรียกว่าเป็น “Super Company” แต่อาจจะไม่ใช่ “Super Stock” เพราะราคาหุ้นไม่ถูก การลงทุนในหุ้นแบบนี้ก็อาจจะให้ผลตอบแทนพอใช้หากราคาหุ้นไม่สูงเกินไปจนรับไม่ได้    หรือ 2) อาจจะเป็นหุ้นที่คุณภาพดีและหุ้นราคาถูกแต่ไม่เติบโตซึ่งเราอาจจะเรียกว่าเป็น  “หุ้นแข็งแกร่ง” ซึ่งกรณีแบบนี้ถ้าบริษัทจ่ายปันผลดีก็อาจจะคุ้มที่จะลงทุนกลายเป็น “หุ้นปันผล”  หรือ 3) อาจจะเป็นหุ้นที่เติบโตและราคาหุ้นถูกแต่เป็นหุ้นที่มีคุณภาพไม่ดีอยู่ในธุรกิจโภคภัณฑ์ที่บริษัทไม่สามารถควบคุมอะไรได้มากนัก  นี่ก็อาจจะเป็น “หุ้นวัฏจักร”  ที่สามารถลงทุนได้แต่ก็ต้องดูจังหวะในการเข้าซื้อหรือขายหุ้นให้ถูกต้อง



            ธุรกิจท่องเที่ยวถือเป็นธุรกิจที่เรียกได้ว่าเป็น “กระแสหลักระดับโลก” หรือ Global Mega Trend อย่างยาวนาน แรกเริ่มการเดินทางของมนุษย์เกิดจากกลไกทางธรรมชาติและปัจจัยสภาพแวดล้อม ที่ทำให้มนุษย์ เดินทางย้ายถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แสนกว่าปีที่แล้ว การท่องเที่ยวอาจจะเป็นเหตุผลที่เกิดมาทีหลัง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณประมาณสองพันปี การท่องเที่ยวเดิมทีมักจะอยู่กับคนกลุ่มเล็ก ๆ เป็นการเดินทางเพื่อแสวงหาวัฒนธรรมหรือสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ของชนชั้นสูง หรือเป็นกิจกรรมเฉพาะทางเช่น การเดินทางแสวงบุญของยุคกลาง พอมาถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ผลผลิตมนุษย์มากขึ้นจากการใช้เครื่องจักร มนุษย์ก็มีเวลาเหลือพอให้คนชั้นกลางสามารถแบ่งเวลาไปพักผ่อนได้ ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวนานาชาติมีมากกว่า 1 พันล้านคน และยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี

            ความหมายของการท่องเที่ยวจากองค์กรการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) หมายถึงการเดินทางและอยู่นอกสถานที่ที่เราเคยอยู่ประจำไม่เกินระยะเวลาหนึ่งปีสำหรับวัตถุประสงค์ใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจะเป็นท่องเที่ยวภายในประเทศตัวเอง หรือเดินทางไปต่างประเทศก็ได้ ประเทศที่เป็นจุดมุ่งหมายหลักของนักเดินทางคือฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สเปน จีน อิตาลี ตามลำดับ ส่วนประเทศไทยนั้นติดอันดับสองของเอเชียรองจากจีน และก้าวขึ้นมาสามอันดับจนติดอันดับหกของโลก ธุรกิจท่องเที่ยวไทยกลายเป็นหัวจักรสำคัญทางเศรษฐกิจไทยขึ้นเรื่อย ๆ

            ขนาดทางเศรษฐกิจของการท่องเที่ยวโลกนั้นคือราว 10% ของ GDP (สำหรับไทยนั้นสูงกว่าตัวเลขค่าเฉลี่ยนี้มาก) และสร้างงาน 10% ของงานทั้งหมดในโลก ถ้าดูตัวเลขการเติบโตตั้งแต่ที่เราเริ่มมีการเก็บสถิติโดย UNWTO จำนวนนักท่องเที่ยวนานาชาติเพิ่มขึ้นจาก 25 ล้านคนในปี 1950 เป็น 674 ล้านคนในปี 2000 และคาดว่าจะมีจำนวนเกือบ 2,000 ล้านคนในปี 2030 การเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลก ในขณะเดียวกันขนาดของนักท่องเที่ยว “ในประเทศ” นั้นใหญ่กว่ามาก คือราว 5,000 ล้านคน และสำหรับบางประเทศอย่างประเทศญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวในประเทศมีบทบาทมากกว่าต่างประเทศเป็นสิบเท่าตัว สรุปได้ว่าเฉลี่ยแล้ว คนทุกคนในโลกเดินทางอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

            เราอาจจะคิดว่ายุโรปคือจุดหมายปลายทางสำคัญ แต่ยุโรปกำลังเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับโลกโดยเฉพาะเอเชีย ปัจจุบันยุโรปมีส่วนแบ่งในแง่จำนวนนักท่องเที่ยว 51% และมีส่วนแบ่งในแง่เม็ดเงิน 36% ส่วนดาวรุ่งอย่างเอเชียนั้นมีส่วนแบ่งในจำนวนนักท่องเที่ยว 24% แต่มีส่วนแบ่งในแง่เม็ดเงินถึง 33% ใครคิดว่า “การใช้จ่ายต่อหัว” ของประเทศยุโรปสูงกว่าเราคงต้องคิดใหม่ และยิ่งถ้าเทียบกับขนาดเศรษฐกิจประเทศเอเชียได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวมากกว่าประเทศตะวันตกมาก

            นักเดินทางที่ใช้จ่ายมากที่สุดในโลกคงไม่มีใครอื่นนอกจากนักเดินทางจากประเทศจีน ซึ่งใช้จ่ายมากกว่าอันดับสองคือสหรัฐอเมริกาถึงสามเท่าตัว คิดเป็นส่วนแบ่งถึง 23.2% ของโลก นอกจากนั้นก็มีนักเดินทางจากเยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย ที่ถือว่าเป็น Top Spending บนโลกใบนี้ แต่นี่คือการพูดถึงตัวเลขการใช้จ่าย โดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวจีนจ่ายน้อยกว่านักท่องเที่ยวเยอรมันหรืออังกฤษเกือบห้าเท่า ดังนั้นถ้าพูดถึง “จำนวน” แล้ว นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศมีจำนวนถึง 128 ล้านคน เรียกได้ว่า มากกว่าประชากรไทยเกือบสองเท่าตัว และยังเติบโตแบบก้าวกระโดด อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวนั้นกว้างมาก และถ้าสังเกตจะพบว่ามีการ “ปฏิวัติ” หรือ Disruption ธุรกิจท่องเที่ยวเดิมในทุกส่วน แปลว่านี่คือธุรกิจที่แข่งขันกันดุเดือด เช่น ธุรกิจจองท่องเที่ยวออนไลน์อย่าง Priceline ที่มาแทนเอเยนต์ทัวร์ ธุรกิจอย่าง Airbnb มาแทนโรงแรมแบบเดิม ยังไม่นับโรงแรมรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นราวดอกเห็ด ธุรกิจการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวผ่าน e-wallet หรือบัตรต่าง ๆ ธุรกิจการเดินทางผ่าน Uber และ Trip Advisor ก็ Disrupt มัคคุเทศน์แบบดั้งเดิม ธุรกิจสายการบินก็เกิด Low Cost Airline ทุกสิ่งเพื่อมาตอบสนอง “ชนชั้นกลาง” ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหม่ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคต และที่น่าสนใจคือ ใครจะคิดว่าธุรกิจที่ไม่น่าเกี่ยวข้องอย่างขนมขบเคี้ยว เครื่องสำอาง อาหารเสริม ฯลฯ จะได้ประโยชน์มหาศาลจากธุรกิจท่องเที่ยว และตลาดท่องเที่ยวทางอ้อมที่น่าสนใจเช่นธุรกิจการศึกษา หรือการแพทย์

            เพราะความสำคัญทางเศรษฐกิจจากธุรกิจท่องเที่ยวนี่เอง ล่าสุดรัฐบาลก็ประกาศให้เราสามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม 15,000 บาทได้สำหรับเที่ยวในประเทศในเดือนธันวาคม ในตารางของคุณ คุณวางแผนพักผ่อนไปเที่ยวไทย ช่วยเศรษฐกิจไทยกับคนที่คุณรักแล้วหรือยังครับ

Source: http://www.tradetory.com/