macd forex คือ

Mar 27

Macd forex คือ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา ก็เป็นแค่ความสามารถเล็กๆ น้อยๆ ของโปรแกรม Metatrader 4 และ 5 เท่านั้น เจ้าโปรแกรมตัวนี้ ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งผมยังไม่ได้พูดถึง แต่ถ้าหากเพื่อนๆมีความสนใจ ต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Metatrader ก็ลองไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์นี้กันนะครับ www.metatrader4.com สวัสดี

Bearish Failure Swing แน่นอนว่าต้องตรงกันข้ามกันก็คือการที่ RSI ขึ้นสูงกว่า 70 ลงต่ำกว่า 70 ในเวลาต่อมา และกลับตัวขึ้นไป แต่ไม่ถึง 70 พร้อมกับ ราคาปิดล่าสุด ต่ำกว่า จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้า เป้นส


macd forex คือ

MACD (Moving Average Convergence Divergence) เป็นเครื่องมืออีกชิ้นที่ช่วยในการตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้มของคลื่น ได้ดีครับ การใช้งานเครื่องมือทั้ง 3 ชนิด อ่านตำราแล้วเหมือนจะใช้ต่างกัน แต่ผมมักจะมองภาพรวมทั้ง 3 ตัวด้วยกัน รวมถึงการนับขาตามทฤษฎีอีเลียตเวฟ เพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้ม หากใครอ่านตำรา ก็มักจะพุ่งเป้าไปที่สัญญาณ overbought/oversold เป็นหลัก แต่จริงๆแล้ว เรายังดูหลายอย่างที่ละเอี�



วิดีโอ macd forex คือ

เทคนิคการเทรด forex ทำกำไร forex โดยใช้การดู MACD Divergence (ภาค 1 ของจุดหมุน MaCD)

อ่านเกี่ยวกับ macd forex คือ

เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าของโลกอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน ส่งผลให้การทำธุรกรรมการเงินต่างๆ มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น จากเมื่อก่อนต้องเสียเวลาดำเนินการด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปด้วยตัวเอง หรือว่าพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ ภาพเก่าๆเหล่านี้มันจะเริ่มลบเลือนลงไปทุกที ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ตลาด Forex ก็เช่นเดียวกัน อินเตอร์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้ นักเทรด Forex สามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านทางโปรแกรมสำหรับเทรด Forex ภายในไม่กี่การคลิ๊กเมาส์ อีกทั้งยังใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีด้วย และตัวโปรแกรมที่นักเทรด Forex นิยมใช้กันโดยทั่วไปก็คือ โปรแกรม Metatrader 4 และ 5 (ตัวเลข 4 กับ 5 คือ เลขรุ่นที่มีการใช้กันอยู่ในปัจจุบัน)

โปรแกรม Metatrader คือ โปรแกรมที่ถูกออกแบบขึ้นมาอย่างเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการซื้อขายสินค้าทางการเงิน ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อาทิเช่น Forex หุ้น อนุพันธ์ ทองคำ และอื่นๆอีกมากมาย โดยผู้พัฒนาโปรแกรม Metatrader คือบริษัท MetaQuotes Software Corp ซึ่งเป็นบริษัทแนวหน้าลำดับต้นๆ ในการผลิตซอฟแวร์ประเภทการเงิน ในปัจจุบันจะพบเห็นการใช้งานอกันยู่สองเวอร์ชั่น คือ Metatrader 4 (MQL4) และ Metatrader 5 (MQL5)

ข้อดีของ โปรแกรม Metatrader 4 (MQL4) และ 5 (MQL5) มีดังนี้

1.ใช้งานง่ายมาก สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ภายในไม่กี่คลิ๊ก

2.สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาของโปรแกรม ไปตามลักษณะการใช้งานของผู้ใช้ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น สี ขนาด เส้นกราฟ และอื่นๆ

3.เลือก Time Frame หรือ ช่วงเวลาการแสดงผลของราคาอัตราแลกเปลี่ยนของกราฟ ได้ถึง 9 Time Frame คือ 5 นาที , 15 นาที , 30 นาที , 1 ชั่วโมง , 4 ชั่วโมง , รายวัน , รายสัปดาห์ และ รายเดือน จะเทรดแบบช่วงสั้นหรือช่วงยาวก็เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ

4.มี Indicator (อินดิเคเตอร์) ซึ่งสามารถช่วยให้นักเทรด Forex วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของราคาอัตราแลกเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น โดยถูกติดตั้งมาพร้อมกับตัวโปรแกรมมากกว่า 50 ตัว ให้ได้เลือกใช้งานกัน อาทิเช่น Moving Average , Bollinger Bands , Parabolic SAR , Relative Strength Index, MACD และ Stochastic Oscillator เป็นต้น

5.สามารถเลือกการแสดงลักษณะของกราฟราคาอัตราแลกเปลี่ยนได้ถึง 3 แบบ คือ กราฟเส้น (Line Chart) , กราฟแท่ง (Bar Chart) และกราฟแท่งเทียน (Candlestick)

6.สามารถหน้าต่างการเทรดหลายๆคู่ค่าเงินไปพร้อมๆ กันได้ สำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ที่ชอบเทรดมากกว่า 1 คู่สกุลเงิน คงจะชอบฟังก์ชั่นนี้มากแน่นอนครับ

7.สามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา MQL เพื่อสร้าง EA (Expert Advisor หรือ ระบบเทรดแบบอัตโนมัติ) ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Metatrader ได้อย่างง่ายดาย

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา ก็เป็นแค่ความสามารถเล็กๆ น้อยๆ ของโปรแกรม Metatrader 4 และ 5 เท่านั้น เจ้าโปรแกรมตัวนี้ ยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งผมยังไม่ได้พูดถึง แต่ถ้าหากเพื่อนๆมีความสนใจ ต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Metatrader ก็ลองไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์นี้กันนะครับ www.metatrader4.com สวัสดี

Source: http://www.setmonitor.com/@ittikorns/0Ee51E


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ macd forex คือ

Macd forex คือ

เทคนิคการเทรด forex ทำกำไร forex โดยใช้การดู MACD Divergence (ภาค 1 ของจุดหมุน MaCD)

วิดีโอ macd forex คือ



7.สามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา MQL เพื่อสร้าง EA (Expert Advisor หรือ ระบบเทรดแบบอัตโนมัติ) ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Metatrader ได้อย่างง่ายดาย

ยกตัวอย่าง Bullish Failure Swing คือการที่ RSI ลงไปต่ำกว่า 30 กลับขึ้นมาเหนือ 30 และ เกิดการ Pull Back คือลดลงต่ำ แต่ว่าไม่ต่ำกว่า 30 และ จบลงด้วยการที่ ราคาปิดสูงกว่า ราคาสูงสุดของวันก่อนหน้า เป็นสัญญาณว่าหุ้นอาจมีการกลับตัวเป็นขาขึ้น

RSI (Relative Strength Index) เป็นเครื่องมือวัดพลังของคลื่น ที่ผมให้น้ำหนักค่อนข้างมาก ผมใช้ยอดคลื่นของมันชี้ตำแหน่งคลื่น 3 และคลื่น b



พื้นฐานราคาหุ้น กับ RSI (Relative Strength Index)

Relative Strength Index (RSI) ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เราสามารถหยิบมาใช้เป็นตัววัดทิศทางของราคาหุ้นได้เช่นเดียวกับ Moving Average Convergance (MACD) และ Stochastic Oscillator

RSI เป็นตัววัดความเร็วในการเคลื่อนไหว และ ทิศทางของราคาหุ้น เมื่อนำไปแสดงบนกราฟค่า RSI จะเริ่มต้นจาก 0 และสูงสุดที่ 100 โดยเครื่องมือตัวนี้จะใช้ข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงในราคาโดยเฉลี่ยของช่วงเวลาที่กำหนด ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการนำมาใช้กับ RSI นั้นก็คือ 14

หากกำหนดค่าช่วงเวลาต่ำกว่า 14 จะทำให้เกิดสัญญาณ Overbought และ Oversold มากขึ้น และ ในทางกลับกันก็คือถ้ามากกว่า 14 จะทำให้เกิดสัญญาณน้อยลง

การหาค่า RSI นั้นจำเป็นต้องมีค่า RS ก่อนซึ่งก็คือ

RS = ราคาปิดบวกเฉลี่ย x วัน / ราคาปิดลบเฉลี่ย x วัน

ส่วนค่า RSI นั้นสามารถหาได้โดยการนำค่า RS มาใส่ในสูตรการคำนวณ

RSI = 100 – 100 / (1+RS)

Overbought และ Oversold

การใช้ RSI แบบพื้นฐานๆ สุดก็คือการหาจุด Overbought และ Oversold หาก RSI มีค่าเกิน 70 จะแสดงว่าหุ้นตัวนั้นอยู่ในจัด Overbought ส่วนหากต่ำกว่า 30 จะแปลว่าอยู่ในจะ Oversold โดยถ้าหากค่า RSI อยู่ในช่วงระหว่าง 50 เป็นการแสดงถึงแนวโน้มอยู่ในสภาพปกติ

ในการใช้ RSI ดูสัญญาณทางเทคนิคนั้นก็คือหาก RSI วิ่งเหนือกว่าเส้น 30 จะแปลว่าหุ้นตัวนั้นอยู่ในสภาวะ Bullish และ หากวิ่งลงต่ำกว่า 70 ก็คือ Bearish 

RSI ก็เหมือนกับเครื่องมือที่ใช้วัดแนวโน้มตัวอื่นๆ ที่จะค่อนข้างชัดเจนและใช้งานได้ดีที่สุดในขณะที่ราคาอยู่ในช่วง Sideways หากเทียบกับตอนราคาที่อยู่ในขาขึ้น กับ ขาลง ความยากในการจับสัญญาณก็จะมีมากขึ้น อาจจะต้องใช้ประสบการณ์ และ ความสามารถในการหาแนวโน้มที่แท้จริงของราคา ณ ขณะนั้น

ใน วงกลม จะเห็นว่า RSI ได้ขึ้นไปถึงจุด Overbought ที่ 70 บนกราฟ และ Oversold ที่ 30 ราคาหุ้น PTTEP

ราคา กับ RSI Divergence

Wilder หรือ ผู้คิดค้น RSI นั้นได้ให้คำแนะนำว่าหากมีการเกิด Divergence ระหว่าง ราคา กับ RSI (การที่แนวโน้มราคาไม่ไปในทิศทางเดียวกันกับ RSI) เป็นสัญญาณว่าอาจจะมีการกลับตัวของราคาเกิดขึ้น 

Bullish Divergence จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการที่ ราคาหุ้น Lower Low (จุดต่ำสุดใหม่ ที่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดเก่า หรือ ต่ำลงเรื่อยๆ) ในขณะที่ RSI นั้นทำ Higher Low (จุดต่ำสุดใหม่ ที่สูงกว่าจุดต่ำสุดเก่า หรือ สูงขึ้นเรื่อยๆ) จะเป็นการแสดงถึงแนวโน้มที่จะมีการกลับตัวเป็นขาขึ้น

Bearish Divergence จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการที่ ราคาหุ้น Higher High (จุดสูงสุดใหม่ ที่สูงกว่าจุดสูงสุดเก่า หรือ สูงขึ้นเรื่อยๆ)ในขณะที่ RSI นั้นทำ Lower High (จุดสูงสุดใหม่ ที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเก่า หรือ ต่ำลงเรื่อยๆ) จะเป็นการแสดงถึงแนวโน้มที่จะมีการกลับตัวเป็นลงขึ้น

Failure Swings

Wilder ยังบอกอีกว่าตัวชี้วัดอีกตัวที่สามารถบอกว่าราคาหุ้นอาจเกินการกลับตัวได้นั้นก็คือ Failure Swings คงแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การสวิงที่ผิดผลาด

ยกตัวอย่าง Bullish Failure Swing คือการที่ RSI ลงไปต่ำกว่า 30 กลับขึ้นมาเหนือ 30 และ เกิดการ Pull Back คือลดลงต่ำ แต่ว่าไม่ต่ำกว่า 30 และ จบลงด้วยการที่ ราคาปิดสูงกว่า ราคาสูงสุดของวันก่อนหน้า เป็นสัญญาณว่าหุ้นอาจมีการกลับตัวเป็นขาขึ้น

Bearish Failure Swing แน่นอนว่าต้องตรงกันข้ามกันก็คือการที่ RSI ขึ้นสูงกว่า 70 ลงต่ำกว่า 70 ในเวลาต่อมา และกลับตัวขึ้นไป แต่ไม่ถึง 70 พร้อมกับ ราคาปิดล่าสุด ต่ำกว่า จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้า เป้นส

Source: http://www.forexheng.com/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1-metatrader-4-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-5-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/