ยา otc มีอะไรบ้าง

Apr 20

ยา otc มีอะไรบ้าง

ความเสี่ยงอื่นๆที่น่าจะพิจารณาประกอบ ได้แก่เรื่องกฏหมาย พรบ ยา ที่กำลังปรับปรุงแก้ไข โดยจะกำหนดบทบาทของร้านยาชัดเจนขึ้น

7.  ขี้เหล็ก  สรรพคุณทางยา คือ ช่วยแก้อาก


ยา otc มีอะไรบ้าง

******* ดังนั้นที่สำคัญที่สุดคือเมื่อตรวจพบว่าค่าตับสูง ควรตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุว่าค่าตับสูงนั้นเกิดจากปัญหาอะไร และทำการรักษาทั้งสาเหตุ ร่วมกับการบรรเทาอาการ และการบำรุงตับควบคู่กันไป



วิดีโอ ยา otc มีอะไรบ้าง

[Official MV] เพื่อน (Friends) - K-OTIC

อ่านเกี่ยวกับ ยา otc มีอะไรบ้าง

ร้านยาปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก ทำเลจึงเป็นหัวใจสำคัญ รองลงมาจึงเป็นราคา, การบริการและความเป็น profressinal จึงจะผูกใจลูกค้าได้ครับ

การหาเภสัชกรมาคุมร้าน สามารถหาได้โดยการสอบถามที่ อย. ตาม คห 2 อาจจะทิ้งชื่อ เบอร์ติดต่อไว้(กับใครก็ไม่รู้) บางครั้งจะมีเภสัชกรโทรไปสอบถามที่ อย. เอง ว่ามีใครต้องการให้คุมร้านหรือไม่

ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน การคุมร้านของเภสัชกร หลายร้านก็เป็นเพียงแต่ในนามเท่านั้น หรือที่เรียกว่า "แขวนป้าย" โดยผู้ลงทุนเปิดร้าน อาจจะตกลงจ่ายเป็นเดือนๆ ตกประมาณ 7000 - 10000 ในต่างจังหวัด หรือ 4000 - 5000 ในกรุงเทพ แล้วแต่การแข่งขัน และการกระจุกตัวของเภสัชกรในแต่ละท้องที่

การแขวนป้าย มักจะเป็นเภสัชกรที่มีงานประจำใน รพ. การระบุเวลาปฎิบัติการณ์จึงมักจะเป็นช่วงเลิกงาน เช่น 16.30 - 21.00 เป็นต้น แต่เจ้าของร้านผู้ลงทุน มักจะขายในตอนกลางวันด้วย ซึ่งถ้าหากมีการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ก็จะมีความผิด มีโทษตั้งแต่ตักเตือน จนถึงระงับใบอนุญาติ แต่ทางการก็ไม่ได้จริงจังในเรื่องนี้มากนัก มักเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูมากกว่า

หากต้องการจ้างเภสัชกรมาอยู่หน้าร้าน ในกรณีที่ไม่ได้จ้างประจำเป็นเงินเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงก็จะอยู่ที่ประมาณ 100 - 150 บาท แล้วแต่จะตกลงกันท้งสองฝ่าย

ลักษณะทำเลที่ตั้งค่อนข้างมีความสำคัญสูงมาก ตามลักษณะนิสัยของผู้บริโภคที่อยู่บริเวณนั้น เช่น ถ้าเป็นต่างจังหวัด หรือปริมณฑล การเดินทางระหว่างที่พักกับ รพ. จะไม่ยุ่งยาก ยิ่งถ้า รพ มีการเปิดนอกเวลา ผู้บริโภคมักจะใช้สิทธิการรักษาพยาบาลที่ตนมี เช่น บัตรทอง 30 บาท สิทธิประกันสังคม เป็นต้น

ดังนั้นถ้าเป็นทำเลย่านธุรกิจในเมืองใหญ่จะมีลูกค้าหมุนเวียนมากกว่า เพราะกลุ่มผู้บริโภคต้องการความรวดเร็ว ในสภาพธุรกิจที่เร่งรีบ ไม่อยากเสียเวลาไป รพ

นอกจากนี้ ทำเลที่จะทำเงินได้ดีถึงดีมากอีกอย่าง คือทำเลที่ใกล้ที่พักของชาวต่างชาติ ลักษณะนิสัยของชาวต่างชาติ จะไม่เรื่องมากเรื่องราคา และมักจะต้องการยาที่ดีที่สุด ยา original เป็นต้น

อนาคตของธุรกิจร้านยา นอกจากยาเพื่อรักษาโรคแล้ว มักจะเน้นจำหน่ายพวกวิตามินและอาหารเสริมสุขภาพต่างๆ รวมไปถึงเครื่องสำอางค์ประเภทเฮลท์แคร์ ครีมบำรุงผิวต่างๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่แตกต่างจาก รพ และนับวัน ลูกค้าที่สนใจเรื่องสุขภาพก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ

จำนวนเงินลงทุน นอกเหนือจากค่าเช่าร้าน ตามแต่ทำเลแล้ว ในเบื้องต้น เงินลงทุนหลัก ก็จะอยู่ที่ item ยา ถ้ากรณี มียาทั่วๆไป สำหรับโรคง่ายๆ ก็จะตกอยู่ราวๆ 3-4 แสนบาท แต่ถ้าเพิ่มพวกยา chronic ด้วย เช่นโรคความดัน หัวใจ .... สำหรับขายให้ผู้ที่ต้องกินยาต่อเนื่อง แต่ไม่สะดวกไปรับยาที่ รพ. เงินลงทุนก็จะเพิ่มไปอีก ต่อมากก็ต้องคิดถึงค่าตกแต่งร้าน ถ้าหากเป็นตู้กระจกธรรมดา ตามร้านสมัยก่อน งบก็อยู่ไม่เกิน 2 แสน(ค่าตู้) แต่ถ้าเน้นแต่งร้านตามสมัยใหม่ ที่มีส่วนที่จัดให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกชมได้ ก็จะแพงขึ้นไปอีก..

ร้านค้าหรือยี่ปั๊วสามารถหาได้ทั่วไป โดยทางร้านเขาจะมีรายการสินค้าและราคาให้เราเลือก อย่างในกรุงเทพ ย่านดังๆ ก็คือบริเวณหน้า รพ ศิริราช หรือในต่างจังหวัดก็ลองสอบถามดูจากร้านใหญ่ๆ การสั่งซื้อสินค้าโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายก็พอทำได้บ้าง ซึ่งแล้วแต่นโยบายและการตลาดของแต่ละบริษัท เมื่อเราเปิดร้านยาไปสักพัก ก็จะมีเซลล์มาติดต่อที่ร้านเอง

การเปิดร้านโดยลงทุนผ่านแฟรนไชส์ เช่น คห ที่ 9...fasino ลักษณะนี้ เจ้าของแฟรนไชส์จะจัดการทุกอย่างให้เรา ตั้งแต่การเลือกทำเล.. ถ้าเรามีทำเลอยู่แล้ว ใช่ว่าเขาจะรับเสมอไป เพราะเขาจะดูถึงผลกระทบต่างๆต่อ brand ของเขาด้วย นอกจากนี้ เขาจะจัดการเรื่องการตกแต่งร้าน จำนวน item ยา การฝึกสอนความรู้เบื้องต้น ให้แก่เจ้าของร้านและพนักงาน รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ถาดนับเม็ดยา โปรแกรมเก็บเงิน การดำเนินกิจการของเรา ต้องเป็นไปตาม ข้อปฏิบัติที่เขาตั้งไว้ เช่น ลักษณะการจัดวางของ ราคาสินค้า บรรยากาศร้าน การจัดโปรโมชั่นลดราคา เป็นต้น รวมไปถึงการจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆด้วย สนนราคาค่าดำเนินการในการเปิดก็ประมาณ 1 ล้านอัพ ไม่รวมค่าเช่าอาคารที่เราต้องดูแลเอง...

โดยรวมแล้ว ธุรกิจร้านยายังเป็นอะไรที่น่าลงทุน ด้วยกำไรจากการขายที่สูงมาก โดยตัวแปรสำคัญของการแข่งขันในธุรกิจนี้จะเป็นเรื่องทำเลเป็นส่วนใหญ่ และกำลังเริ่มแข่งขันในด้านการบริการมากขึ้น เพราะผู้บริโภคเริ่มมีทางเลือกมากขึ้นเรื่อยๆ

ความเสี่ยงอื่นๆที่น่าจะพิจารณาประกอบ ได้แก่เรื่องกฏหมาย พรบ ยา ที่กำลังปรับปรุงแก้ไข โดยจะกำหนดบทบาทของร้านยาชัดเจนขึ้น

Source: https://www.gotoknow.org/posts/362090


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ยา otc มีอะไรบ้าง

ยา otc มีอะไรบ้าง

[Official MV] เพื่อน (Friends) - K-OTIC

วิดีโอ ยา otc มีอะไรบ้าง



โดยรวมแล้ว ธุรกิจร้านยายังเป็นอะไรที่น่าลงทุน ด้วยกำไรจากการขายที่สูงมาก โดยตัวแปรสำคัญของการแข่งขันในธุรกิจนี้จะเป็นเรื่องทำเลเป็นส่วนใหญ่ และกำลังเริ่มแข่งขันในด้านการบริการมากขึ้น เพราะผู้บริโภคเริ่มมีทางเลือกมากขึ้นเรื่อยๆ

6.  ยาตำหรับชื่อว่า "ธรณีสัณฑะฆาต" ซึ่งประกอบตัวยาหลายชนิดด้วยกัน ใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดไว้ ได้แก่ พริกไทยร่อน ยาดำ เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงค์ การบูร เนื้อลูกมะขามป้อม กานพลู หัวบุก ขิง ชะเอมเทศ  ลูกกระวาน เมื่อนำตัวยามาผสมกันแล้วจะช่วยในการ แก้ท้องผูก ปวดท้อง เถาตาน ใช้เป็นยากษัยเส้นได้ ข้อควรระวัง คือไม่ควรทำทานสมุนไพรชนิดนี้เมื่อมีไข้ สตรีมีครรภ์ ก็ห้ามทาน

3. การบรรเทาตามอาการ และการบำรุงร่างกายอื่นๆ



  กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมให้สถานพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ  ใช้ยาสมุนไพรบำบัด รักษาโรคควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน โดยให้มีมากกว่า19 รายการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติรวมทั้งใช้ทดแทนเพื่อลดการนำเข้ายาแผนปัจจุบันจากต่างประเทศ โดยจะเพิ่มยาสมุนไพรที่สถานพยาบาลผลิตและใช้ในโรงพยาบาลซึ่งยังไม่มีในบัญชียาหลักแห่งชาติอีก 22 ราย   นำร่องในสถานพยาบาล 8 จังหวัดภาคกลาง คือ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์  เพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งสิ้น 66 แห่ง

       น.พ ลือชา วนรัตน์ อธิบดีกรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกล่าวถึงยาสมุนไพรไทยให้ฟังว่า มี นโยบายในการเพิ่มมูลค่า การใช้ยาสมุนไพร ไทย ว่ามีนโยบายการเพิ่มมูลค่าการใช้ยาสมุนไพรให้ได้ร้อยละ 25 ภายในเวลา 5 ปีแต่ที่ผ่านมาการเข้าถึงยาสมุนไพรของประชาชนในสถานบริการสาธาณสุขของรัฐมีมูลค่า 0.8 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดถ้าเปรียบเทียบแล้วไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ของเงินงบประมาณสาธารณสุขของประเทศ

                  

    จากการศึกษา ค่าใช้จ่ายยาสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบันพบว่า ยาไทยหลายชนิดมีค่าใช้จ่ายถูกว่ายาที่มีการนำเข้าหลายเท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่มูลค่าการใช้ยาสมุนไพรในประเทศมีน้อย แต่กลับมีการนำเข้ายา ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศทั้งที่ สรรพคุณของยาสมุนไพร ในการรักษาได้ผลดี เทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน อีกทั้งมีบางชนิดได้ผลดีกว่ายาแผนปัจจุบันเสียอีก อย่าง เพชรสังฆาต พญายอ

    กัญจนา ดีวิเศษ ผอ. สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย อธิบายถึง สรรพคุณของยาสมุนไพรที่บรรจุในบัญชีหลักแห่งชาติทั้ง 22 รายการ คือ

1. เจลว่านหางจระเข้   ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์คือวุ้นจากต้นว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก โดยทาบริเวณที่ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้วันละ 2-3 ครั้ง

2.  มะขามแขก   เป็นยาระบายที่ดี ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก โดยรับประทานเมื่อมีอาการท้องผูกแต่ไม่ควรทานติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ขาดสารโพแทสเซียม

3. หญ้าหนวดแมว   มีสรรพคุณในการขับปัสสาวะเนื่องจากมีเกลือโพแทสเซียมมากและช่วย รักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ชนิดเป็นกรดยูริกได้ ผู้เป็นโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรตัวนี้

4. เพชรสังฆาต  มีสรรพคุณ ขับลมในลำไส้ช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก

  เป็นสมุนไพรที่ต้องทานติดต่อกันอย่างน้อย 1 เดือนถึงจะเห็นผล

                 

5. กระเทียมแคบซูล มีสรรพคุณช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและละลายลิ่มเลือดได้ คนที่เป็นที่เป็นแผลในกระเพาะอาหารควรระมัดระวังในการใช้เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้

                  

6.  ยาตำหรับชื่อว่า "ธรณีสัณฑะฆาต" ซึ่งประกอบตัวยาหลายชนิดด้วยกัน ใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดไว้ ได้แก่ พริกไทยร่อน ยาดำ เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงค์ การบูร เนื้อลูกมะขามป้อม กานพลู หัวบุก ขิง ชะเอมเทศ  ลูกกระวาน เมื่อนำตัวยามาผสมกันแล้วจะช่วยในการ แก้ท้องผูก ปวดท้อง เถาตาน ใช้เป็นยากษัยเส้นได้ ข้อควรระวัง คือไม่ควรทำทานสมุนไพรชนิดนี้เมื่อมีไข้ สตรีมีครรภ์ ก็ห้ามทาน

7.  ขี้เหล็ก  สรรพคุณทางยา คือ ช่วยแก้อาก

Source: http://pharmacyguru.net/forum/viewtopic.php?id=3